ดูบทความปูตินประกาศร่วมมือจีน เตรียมเลิกซื้อน้ำมันด้วยดอลลาร์

ปูตินประกาศร่วมมือจีน เตรียมเลิกซื้อน้ำมันด้วยดอลลาร์

หมวดหมู่: ยุโรป

พฤษภาคม 2018 ในพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัย (และอาจเป็นสมัยสุดท้าย) วลาดีมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซียแสดงสุนทรพจน์ความตอนหนึ่งพูดว่าจำต้อง “ปลดภาระ” เศรษฐกิจรัสเซียจากการผูกขาดของสกุลเงินดอลลาร์ ที่ใช้เป็นสกุลเงินซื้อและกำหนดราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติโดยตรง

            เราเคยชินกับความไร้เดียงสา แต่บัดนี้เราได้เห็นการละเมิดกฎองค์การค้าโลก (WTO) บ่อยเหลือเกิน คว่ำบาตรด้วยเหตุผลทางการเมือง ใช้เพื่อหวังประโยชน์จากความได้เปรียบ

            ถ้อยคำของประธานาธิบดีปูตินเรื่องการลดการถือครองดอลลาร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ พฤศจิกายน 2014 ในที่ประชุมเอเปกพูดว่าในระยะยาวการซื้อขายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติผ่านสกุลเงินรูเบิลกับหยวนจะเป็นไปด้วยดี อิทธิพลของสกุลเงินดอลลาร์ต่อตลาดน้ำมันโลกจะลดลงชัดเจน และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการเงินโลก ส่งผลต่อดีต่อตลาดน้ำมันโลก เนื่องจากเพิ่มช่องทางชำระเงินด้วยสกุลเงินอื่นๆ

            ที่ปูตินพูดเช่นนี้สืบเนื่องจากสิ่งที่เรียกว่า “Petrodollars”

Petrodollars :

            นิยามสั้นๆ ของคำว่า “Petrodollars” หมายถึงเงินดอลลาร์ที่ได้จากการขายน้ำมัน

            ต้นเหตุจากการที่หลายประเทศต้องนำเข้าน้ำมันจากผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก เมื่อเกิดวิกฤตน้ำมันครั้งแรก (1973) เมื่อราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นมาก ประเทศผู้นำเข้าขาดดุลหนัก โดยเฉพาะหมู่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ในขณะที่ประเทศผู้ส่งออกมีกำไรมหาศาลจนมากเกินพอและเงินที่ได้เป็นเงินสกุลดอลลาร์

            ในยุคนั้น เพื่อรักษากำลังซื้อและบรรเทาปัญหาความวุ่นวายต่างๆ และคิดว่าหากผู้กู้พัฒนาประเทศต่อไปจะสามารถชำระคืนเงินกู้ จึงแก้ไขด้วยการที่ผู้ส่งออกน้ำมันนำเงินเข้ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จากนั้น IMF นำเงินที่ได้มาปล่อยกู้แก่ผู้นำเข้าน้ำมัน เงินดอลลาร์จึงหมุนเวียนเช่นนี้ เป็นที่มาของคำว่า “Recycling of petrodollars”

            แม้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ปัญหาใหญ่กว่าที่ตามมาคือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะแถบลาตินอเมริกาเป็นหนี้เป็นสินอย่างหนักด้วยหลายสาเหตุร่วมกัน

            ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธนาคารเอกชนที่รับฝากเงินจากโอเปกต้องเร่งหาที่ปล่อยกู้ และยอมปล่อยกู้แก่ประเทศลาตินอเมริกาอย่างง่ายๆ เนื่องจากรัฐบาลประกันว่าจะรับผิดชอบหนี้ทั้งหมด ประเทศเหล่านี้จึงได้รับเงินกู้มหาศาล เศรษฐกิจเติบโตในช่วงสั้นๆ เพราะเงินกู้ต่างชาติ แต่กลายเป็นปัญหาใหญ่ในเวลาต่อมา เป็นหนี้มหาศาล เรื้อรัง ส่งผลสืบเนื่องจนถึงทุกวันนี้

            Recycling of petrodollars ไม่ได้หยุดที่ช่วงวิกฤตน้ำมันเท่านั้น ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ นับวันกำไรของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันกับบรรษัทน้ำมันขนาดใหญ่เพิ่มสูงขึ้นทุกที

            การใช้หรือกู้ยืมเงินดอลลาร์เพื่อซื้อน้ำมันเป็นวัฏจักรเช่นนี้ มีแต่ทำให้โลกเต็มไปด้วยเงินสกุลดอลลาร์ ทวีความสำคัญของสกุลนี้จวบจนทุกวันนี้

ปัญหาของรัสเซีย :

            รัสเซียเผชิญปัญหาเรื่องสกุลเงินดอลลาร์ ราคาน้ำมันตลาดโลก เฉกเช่นเดียวกับหลายประเทศ แต่มีประเด็นพิเศษแตกต่างจากประเทศทั่วไปดังนี้  

            ประการแรก การคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และพวก

            การที่รัฐบาลสหรัฐฯ กับอียูคว่ำบาตรรัสเซียกรณียูเครน ไครเมีย ไม่ซื้อสินค้ารวมทั้งพลังงานจากรัสเซีย เป็นเหตุให้ค่าเงินรูเบิลเมื่อปี 2014-2015 ผันผวนหนัก บางช่วงอ่อนค่าถึงร้อยละ 50 ระบบเศรษฐกิจปั่นป่วน เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ผลักดันให้รัฐบาลปูตินเห็นความจำเป็นที่จะต้องแก้ปัญหา ผลักดันให้รัสเซียต้องพยายามหาผู้ซื้อพลังงานรายใหม่แทนอียู แม้จะต้องลงทุนเพิ่มก็ตาม

            ปัจจัยกดดันล่าสุดคือเมื่อสหรัฐฯ ได้ประธานาธิบดีทรัมป์

            ประการที่ 2 รูเบิลที่ผูกกับราคาน้ำมันตลาดโลก การเทขายรูเบิล

            เนื่องจากรัสเซียพึ่งการส่งออกน้ำมันเป็นรายได้หลัก (ทำนองเดียวกับกลุ่มโอเปก) ปี 2014-15 ที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวมากพลอยได้รับผลกระทบหนัก ธนาคารกลางรัสเซียยอมรับว่ารูเบิลอ่อนตัวจากปัจจัยทางเศรษฐกิจรวมถึงราคาน้ำมันตลาดโลกที่อ่อนตัวลงมาก

            ผลตามมาคือนักลงทุนเทขายรูเบิลไปถือดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กำลังแข็งขึ้น บางส่วนเก็งกำไรค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเป็นประวัติการเช่นกันเมื่อเทียบกับเงินรูเบิล

            การที่ค่าเงินรูเบิลผูกกับราคาน้ำมันตลาดโลก ผูกกับดอลลาร์ ทั้งหมดบั่นทอนเศรษฐกิจอย่างรุนแรง มกราคม 2015 รูเบิลอ่อนค่าราวร้อยละ 50 อัตราเงินเฟ้อร้อยละ 15 ยอดค้าปลีกลดลงมาก มีผู้คาดว่าอาจต่ำสุดนับจากสิ้นสุดสหภาพโซเวียตเมื่อปี 1991 กระทรวงเศรษฐกิจ (Economy Ministry) คาดว่าปี 2015 ค่าจ้างแท้จริง (real wage) จะลดลงมากกว่าร้อยละ 9 ส่วนปีที่แล้วทีลดลงร้อยละ 1 เทียบกับปกติที่จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ทุกปี

            กำลังซื้อที่ลดลงส่งผลต่อผลประกอบการของภาคเอกชน กระทบเป็นวงจรต่อการจ้างงาน ต่อรายได้ของรัฐ เป็นวัฏจักรขาลง การถูกให้ออกจากงานกลายเป็นเรื่องที่ลูกจ้างกังวลมากที่สุด

            ปี 2014-15 เป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลปูตินต้องหาทางแก้ปัญหานี้

ร่วมมือกับจีนลดการถือครองดอลลาร์ :

            2 เดือนก่อนจีนเปิดตลาดซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า Shanghai International Energy Exchange โดยใช้สกุลเงินหยวน ตลาดซื้อขายน้ำมันของจีนกลายเป็นคู่แข่งตลาดเดิมๆ ที่มีอยู่อย่างตลาด Brent กับ West Texas Intermediate (WTI)

            ข้อมูลปี 2017 ระบุว่าจีนกลายเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกแซงหน้าสหรัฐฯ จีนซื้อ 8.4 ล้านบาร์เรลต่อวันมากกว่าสหรัฐฯ ราวครึ่งล้านบาร์เรล

            ทุกวันนี้ตลาดโลกซื้อขายน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ด้วยสกุลเงินดอลลาร์ เป็นเหตุผลสำคัญที่โลกต้องการดอลลาร์ เป็นสกุลเงินสำคัญที่นานาชาติยอมรับ ใช้เป็นสกุลเงินสำรองเงินตรา

            หากจีนกับรัสเซียประสบความสำเร็จซื้อขายน้ำมันในตลาดโลกด้วยสกุลเงินหยวนแทนดอลลาร์ ในอนาคตการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์อีกหลายตัวจะเป็นเช่นน้ำมัน ผลตามมาคือความต้องการถือดอลลาร์จะลดลงทั่วโลก

            ตลกร้ายของเรื่องนี้คือ รัสเซียกับจีนหวังลดการพึ่งพาดอลลาร์มานานแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามสกัดมาตลอด แต่ยิ่งคว่ำบาตรรัสเซีย ปิดล้อมจีน ยิ่งกระตุ้นให้รัสเซียร่วมมือกับจีน (แม้ไม่อยากญาติดีก็ต้องญาติดีด้วย จากสัมพันธ์ที่เหินห่างกลายเป็นความร่วมมือที่แนบแน่น) เศรษฐกิจจีนกำลังพัฒนา ต้องการน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติมากขึ้นทุกที (และในที่สุดอาจแซงหน้าสหรัฐฯ) ส่วนรัสเซียอุดมด้วยน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติ เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ผู้ซื้อกับผู้ขายจึงมาพบกัน รัสเซียถึงกับลงทุนสร้างท่อน้ำมัน/ท่อก๊าซยาวนับพันกิโลต่อท่อจากแหล่งน้ำมันไซบีเรียถึงจีนโดยตรงถึง 2 เส้นทาง

            ทุกวันนี้ จีนจึงพึ่งพาน้ำมันดิบจากรัสเซียเป็นหลัก แซงหน้าซาอุดิอาระเบียกับแองโกลา

            นอกจากนี้ รัฐบาลปูตินยังออกหลายมาตรการเพื่อเพิ่มการใช้เงินหยวนในรัสเซีย เช่น ออกพันธบัตรที่ผูกกับค่าเงินหยวน รับการลงทุนที่ใช้เงินหยวนโดยตรง ผูกกับยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt, One Road) ของจีน

            ความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับจีนได้ชัดว่าเพิ่มขึ้นในแทบทุกมิติ

สงครามที่ไม่ได้ประกาศ :

            เวลาพูดถึงสถานการณ์โลก บางคนอาจจดจ่อที่สงคราม ขัดความขัดที่ใช้กำลังปะทะกัน การขับเคี่ยวในสนามการเมืองระหว่างประเทศ ภาวะโลกร้อน ก่อการร้าย ฯลฯ ส่วนความขัดแย้งทางการค้าการลงทุนมักถูกนำเสนอว่าเป็นการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ซึ่งในหลายกรณีเป็นการแข่งกันทางธุรกิจทั่วไป แต่ในบางเรื่องอาจพูดได้ว่าเป็น “สงคราม” เพราะมีเป้าหมายบั่นทอนทำลายอีกประเทศ การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน

            ในทางวิชาการเป็นที่ยอมรับว่าเป้าหมายของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคือความอยู่รอดกับการอยู่ดีกินดี ความอยู่รอดปลอดภัยคือเรื่องสำคัญสูงสุด แต่ในภาวะปกติทุกคนมุ่งสนใจที่การอยู่กินดี รัฐบาลทุกประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้อง นั่นหมายความว่านโยบายต่างประเทศ นโยบายกลาโหม เศรษฐกิจและอื่นๆ ต้องมีเป้าหมายสนับสนุนเรื่องปากท้อง

            เป็นเหตุผลของสงครามในยุคโบราณกาล ทำสงครามเพื่อกวาดต้อนทาสไปใช้แรงงาน (ยุคคนมีน้อย) ทำสงครามเพื่อแย่งชิงดินแดนอุดมสมบูรณ์ ล่าอาณานิคมเพื่อการค้า หวังครอบครองทรัพยากรสำคัญ

            การรัฐบาลตะวันตกมุ่งควบคุมน้ำมันโลกเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจทั้งของตัวเองและของโลก เปรียบเสมือนควบคุมเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงร่างกาย ทำลายรัฐบาลหลายประเทศด้วยเหตุผลนี้

            และเป็นที่มาของการวางระเบียบเศรษฐกิจโลกที่เป็นประโยชน์ต่อพวกตน

            หลายสิบปีที่ผ่านมา จึงเกิดเหตุการณ์ที่สงครามที่ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์กับสงครามเศรษฐกิจสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น

            นโยบายลดการถือครองดอลลาร์ของรัสเซียกับจีนกำลังสั่นสะเทือนระเบียบเศรษฐกิจโลก รัฐบาลสหรัฐฯ และพวกไม่อาจอยู่นิ่งเฉย ไม่อาจปล่อยให้ดอลลาร์อ่อนค่าหนัก

            ไปๆ มาๆ สงครามที่ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์กับสงครามเศรษฐกิจอาจกลายเป็นเรื่องเดียวกันอย่างแนบแน่นอีกครั้ง หวังว่าทุกฝ่ายจะยับยั้งชั่งใจ ได้ทางออกที่ดีก่อนจะกลายเป็นเหตุรุนแรง

10 พฤษภาคม 2018

ชาญชัย คุ้มปัญญา

---------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง

รูเบิลอ่อนค่า สัมพันธ์ตะวันตกตึงเครียด และการแก้เกมของปูติน (2)

การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากร้อยละ 5.5 เป็น 17 ปรับประมาณการเติบโตของจีดีพีจากบวกเป็นติดลบร้อยละ 5 เป็นเรื่องเหลือเชื่อ สาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น สหรัฐกับอียูคว่ำบาตรรัสเซีย เศรษฐกิจอเมริกาฟื้นตัว แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัว คืออ่อนตัวจากราคาปกติที่ระดับ 90 กว่าต่อดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาเป็น 55 ดอลลาร์ต่อบาร์ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวในลักษณะเช่นนี้ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่เหลือเชื่อ “ผิดปกติ” เป็นต้นเหตุให้ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่ารุนแรงในขณะนี้

บรรณานุกรม :

  1. Andrianova, Anna. (2015, February 15). Putin Lets Consumers Feel Pain as Russian Slump Deepens: Economy. Bloomberg. Retrieved from http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-02-16/putin-lets-russian-consumers-feel-the-pain-as-economy-succumbs
  2. President Vladimir Putin. (2014, November 11). Vladimir Putin’s Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) Summit Speech: Trade in Rubles and Yuan Will Weaken Dollar’s Influence. Global Research. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/putins-asia-pacific-economic-cooperation-apec-summit-speech-trade-in-rubles-yuan-will-weaken-dollars-influence/5413432
  3. Putin: Russia Needs to Get Rid of 'Dollar Burden' in Oil Trade. (2018, May 9). Sputnik News. Retrieved from https://sputniknews.com/business/201805091064277627-putin-dollar-oil-traiding/
  4. US crude settles below $60 a barrel for the first time in 5 years. (2014, December 12). CNBC/Reuters. Retrieved from http://www.cnbc.com/id/102258403?trknav=homestack:topnews:5
  5. Willett D. Thomas., Auerbach, Neiman Nancy. (2009). petrodollars, recycling of. In The Princeton Encyclopedia of the World Economy. (pp. 896-879). New York: Princeton University Press.
  6. Xenias, Anastasia. (2006). International Monetary Fund (IMF). In Globalization: Encyclopedia of Trade, Labor, and Politics. (pp.632-646). USA: ABC-CLIO.

-----------------------------

01 ตุลาคม 2561

ผู้ชม 1524 ครั้ง

Engine by shopup.com