ดูบทความรัสเซียในยุคปูติน บอดี้การ์ดระดับโลก

รัสเซียในยุคปูติน บอดี้การ์ดระดับโลก

หมวดหมู่: ยุโรป

ปลายเดือนพฤศจิกายน ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่ากองทัพรัฐบาลอัสซาดควบคุมพื้นที่ได้เกือบร้อยละ 98 แล้ว คงเหลือการต่อต้านเป็นย่อมๆ ที่สุดแล้วจะถูกกวาดล้างหมด

            3 สัปดาห์ต่อมา ประธานาธิบดีปูตินประกาศถอนทหารออกจากซีเรีย กล่าวว่าได้ช่วยรักษาอธิปไตยและอิสรภาพของซีเรีย

            การประกาศถอนทหารกลับเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า รัสเซียไม่เพียงรบชนะผู้ก่อการร้าย IS/ISIL/ISIS ในสมรภูมินี้ ยังหมายถึงระบอบของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด (Bashar al-Assad) แห่งซีเรียจะคงอยู่ต่อไป ภารกิจของปูตินสำเร็จลุล่วง

             ชมคลิปสั้น 2 นาที คลิกที่นี่

 

เมื่อคณะมนตรีความมั่นคงไม่ทำงาน :

            แนวคิดก่อตั้งสหประชาชาติไม่ใช่ของใหม่เสียทีเดียว เป้าหมายสำคัญคือเพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ เป็นแนวคิดที่คิดว่าถ้ามีองค์กรระดับโลก จะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างสันติ คณะมนตรีความมั่นคงทำหน้าที่นี้โดยตรง ข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงมีผลทางกฎหมายต่อบรรดารัฐสมาชิก นับเป็นองค์กรแห่งศูนย์กลางอำนาจโลก

            เมื่อสมาชิกถาวรทั้ง 5 ประเทศตกลงกันไม่ได้ ปราศจากข้อมติ สหประชาชาติไม่อาจเป็นเครื่องประกันสันติภาพตามเป้าหมายที่วางไว้

 

ซีเรียถูกรุกราน :

            จุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมือง สงครามใหญ่ในซีเรีย มาจากการชุมนุมประท้วงของประชาชนบางกลุ่ม ด้วยเหตุผลไม่พอใจรัฐบาลอัสซาด จากข้อมูลที่ปรากฏ เริ่มต้นจากการชุมนุมอย่างสงบ แต่ไม่นานต่างฝ่ายต่างใช้ความรุนแรง มีผู้บาดเจ็บล้มตายพอสมควร

            จุดเปลี่ยนสำคัญคือประเทศเพื่อนบ้าน ชาติอาหรับประกาศต่อต้านรัฐบาลอัสซาดอย่างเปิดเผย ถึงกับประกาศต้องการล้มระบอบอัสซาด ไม่กี่เดือนต่อมารัฐบาลโอบามาประกาศไม่ยอมรับประธานาธิบดีอัสซาดอีกต่อไป

            นับจากนั้นเป็นต้นมา อนาคตของซีเรียไม่ขึ้นกับชาวซีเรียอีกต่อไป ความขัดแย้งกลายเป็นสงครามกลางเมือง เป็นสงครามใหญ่ที่กินเวลาถึง 6 ปีแล้ว คนตายนับแสน ผู้อพยพหนีตายนับล้าน และซีเรียจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

คลิกที่นี่

 

 

การร่วมวงของ IS และกองกำลังติดอาวุธ :

            เหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อซีเรียอย่างเป็นรูปธรรมคือเมื่อนายอบู บาการ์ อัล-บักดาดี (Abu Bakr al-Baghdadi) ประกาศเปลี่ยนชื่อกลุ่มของตนจาก “รัฐอิสลามแห่งอิรัก” (Islamic State of Iraq :ISI) เป็น “รัฐอิสลามแห่งอิรักกับซีเรีย” (Islamic State of Iraq and Syria :ISIS) เพราะคราวนี้เพิ่มเป้าหมายอีกประเทศนั่นคือซีเรีย กลายเป็นชื่อ ISIS หรือ ISIL

            ISIS เริ่มส่งกองกำลังของตนเข้ารบกับกองทัพอัสซาด ผู้นำบักดาดีประกาศระดมมุสลิมทั่วโลกทำญิฮาด มีมุสลิมหลายหมื่นคนจากกว่าร้อยประเทศทั่วโลกเข้าร่วม กลายเป็นสงครามใหญ่ดังที่ทราบกันทั่วไป

            มีข้อมูลว่ารัฐบาลอาหรับหลายประเทศให้ความช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอัสซาด ให้ทั้งเงินและอาวุธ แต่รัฐบาลเหล่านี้ปฏิเสธ ไม่ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รัฐบาลอัสซาดกำลังเผชิญศึกหนักอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน

            ฝ่าย ISIS/ISIL รบชนะกินพื้นที่เรื่อยๆ ทั้งในซีเรียกับอิรัก จนประกาศสถาปนารัฐอิสลาม (IS) ดังที่ทราบกัน

 

ปูตินสั่งกองทัพร่วมรบ :

            เมื่อการรบผ่านไป กองทัพอัสซาดอ่อนล้า ในที่สุดรัฐบาลปูตินประกาศส่งกองกำลังทางอากาศช่วยจำกัดผู้ก่อการร้าย IS ใช้เหตุผลแนวเดียวกับสหรัฐฯ

            เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกต่อต้านผู้ก่อการร้าย รัสเซียก็ทำได้ ถือว่าร่วมด้วยช่วยกัน

            ก่อนหน้าที่รัสเซียจะปราบ IS นั้นสหรัฐฯ กับพวกโจมตี IS อยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่เป็นเหตุยับยั้ง IS แต่เมื่อกองทัพรัสเซียเข้าร่วมรบ IS อ่อนแรงอย่างรวดเร็ว กองทัพอัสซาดเริ่มเป็นฝ่ายรุกยึดพื้นที่คืน

            จนผู้ก่อการร้าย IS ในซีเรียถูกปราบราบคาบ ปูตินสั่งถอนทหารกลับประเทศ

            ควรจะตีความว่ากองทัพรัสเซียเพียงประเทศเดียว มีประสิทธิภาพเหนือกว่ากองทัพสหรัฐฯ กับอีกหลายประเทศที่รวมกันหรือไม่ หรือมีเหตุผลเบื้องหลังอื่น

            ถ้าจะอธิบายให้รายละเอียดมากขึ้น สิ่งที่รัสเซียทำเพื่อช่วยอัสซาด คือ โจมตีผู้ก่อการร้าย ตั้งฐานทัพของตนในซีเรีย ให้เครื่องกระสุน อาวุธใหม่ และมอบความช่วยเหลืออื่นๆ ที่ไม่ปรากฏ เช่น แผนการรบ ข้อมูลยุทธการ

            ผลคือระบอบอัสซาดอยู่รอด

            การช่วยโจมตี IS แท้จริงแล้วมีความหมายว่าคือประกันความมั่นคงของระบอบอัสซาด

 

ผลลัพธ์ที่รัสเซียได้ :

            ประการแรก กำราบผู้ก่อการร้ายในประเทศ

            เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่า กองกำลังของ IS/ISIL/ISIS ในซีเรียประกอบด้วยคนต่างชาติหลายหมื่นคน ข้อมูลบางชิ้นระบุว่าเฉพาะคนสัญชาติยุโรปมีหลายพันคน (ตัวเลขจริงอาจถึงหมื่นคน) ในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งมาจากรัสเซียกับประเทศที่อดีตเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต

            ประธานาธิบดีปูตินเอ่ยถึงการโจมตี IS ในซีเรียว่าคือการใช้หลักชิงลงมือก่อน (pre-emption) จัดการผู้ก่อการร้ายเสียก่อน “หนทางที่ดีในการต่อสู้ก่อการร้ายนานาชาติคือใช้วิธีชิงลงมือก่อน ด้วยการสู้และทำลายกองกำลังติดอาวุธในดินแดนที่พวกเขาครอบครอง แทนที่จะรอให้พวกเขามาบ้านของเรา”

            คำพูดข้างต้นเหมือนการ “ลอกเลียน” ถ้อยคำและยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เพื่อชี้ว่าสิ่งที่รัสเซียทำไม่ได้แตกต่างจากสหรัฐฯ แต่ก็เป็นความจริงว่าต้องการปราบปรามกองกำลังที่มาจากรัสเซียและประเทศรอบๆ ไม่ให้กองกำลังเหล่านี้กลับประเทศ กลับไปก่อการ “พวกเขาได้เงิน อาวุธและเข้มแข็งขึ้น ถ้าพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น รบชนะในซีเรีย พวกเขาย่อมกลับประเทศและกลับไปฆ่าคนที่นั่น”

            อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นจริงตามนั้น แต่ข้อนี้น่าจะเป็นเหตุผลรองมากกว่า

            ประการที่ 2 ฟื้นฟูเกียรติภูมิ ความเป็นมหาอำนาจ

            เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย พลอยทำให้กองทัพรัสเซียอ่อนแรงลงมากจนไม่อาจเรียกว่าเป็นมหาอำนาจ ชาติตะวันตกไม่เกรงภัยคุกคามทางทหารจากรัสเซีย บัดนี้การรบในซีเรียพิสูจน์ว่ากองทัพรัสเซียฟื้นตัวในระดับหนึ่ง ดีพอที่จะจัดการผู้ก่อการร้าย ประกันความมั่นคงแก่ซีเรีย

            จึงไม่แปลกที่นับจากรัฐบาลโอบามาเป็นต้นมา สหรัฐฯ เริ่มเห็นว่ากองทัพรัสเซียเป็นภัยคุกคามอีกครั้ง นาโตประชุมครั้งเล่าครั้งเล่าเพื่อวางแผนต่อกรรัสเซีย ต้องเสริมเขี้ยวเล็บแก่หลายประเทศ

            ถ้าคิดให้กว้างกว่านั้น กองทัพจีนที่ซื้ออาวุธรุ่นใหม่ ได้เทคโนโลยีใหม่จากรัสเซีย จับมือเป็นพันธมิตร กลายเป็นขั้วเดียวในโลกที่กล้าต่อกรกับทุกประเทศ

            การพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าปูตินอยากทำสงคราม กองทัพรัสเซียยังสู้สหรัฐฯ ไม่ได้ แต่หมายความว่ารัสเซียในยุคปูตินไม่หวั่นเกรงอิทธิพล กำลังรบสหรัฐฯ อีก ความเป็นมหาอำนาจของรัสเซียถูกเอ่ยถึงอีกครั้ง

            ประธานาธิบดีปูตินพูดเสมอว่า สหรัฐฯ ต้องการให้รัสเซียอยู่ใต้อำนาจ ซึ่งยอมไม่ได้

            จะเห็นว่า ถ้าอยากเป็นมหาอำนาจต้องกล้าเผชิญหน้ากับมหาอำนาจอื่น เป็นสถานการณ์ที่เลือกไม่ได้

ไม่ว่าต่างชาติจะชอบหรือไม่ ชาวรัสเซียหลายคนชื่นชมสนับสนุนรัฐบาลปูตินด้วยเหตุผลเหล่านี้

 

            ประการที่ 3 นโยบายขยายพันธมิตร

            เมื่ออดีตสหภาพโซเวียตล่มสลาย พันธมิตรเก่าพลอยแยกออกไปด้วย มิตรประเทศหลายแห่งหันไปแอบอิงฝ่ายยุโรปตะวันตกกับสหรัฐฯ ชาติที่ยังเป็นมิตรรัสเซียจึงลดน้อยลง

            การเข้าช่วยซีเรียคือได้ประเทศนี้มาเป็นพันธมิตร ไม่ว่ารัฐบาลอัสซาดจะเอ่ยคำนี้หรือไม่ และกระชับความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ อย่างอิหร่าน

            ที่สำคัญคือ เป็นการสื่อให้นานาชาติให้รู้ว่าหากประเทศใดถูกข่มขู่รุกราน รัสเซียเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรคิดถึง เหมือนกับที่อัสซาดเลือกและใช้ได้ผล

            บางประเทศจึงปรับนโยบายให้อิงรัสเซียมากขึ้น เพื่อถ่วงดุลมหาอำนาจอื่น

            ประการที่ 4 ผลพลอยได้เรื่องอาวุธ

            สิ่งหนึ่งที่ได้อย่างชัดเจนคือได้ทดสอบอาวุธใหม่ๆ ในสนามรบจริง แสดงให้โลกประจักษ์ ทำนองเดียวกับสงครามอ่าวเปอร์เซีย ที่สื่อสหรัฐฯ นำเสนอภาพรถถัง ฐานทัพอิรักถูกยิงทำลายอย่างแม่นยำ

            รัฐบาลรัสเซียยอมรับว่าการรบครั้งนี้ช่วยกองทัพเป็นอย่างมาก ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการรบ การพัฒนาอาวุธขั้นต่อไป

            อันที่จริงควรกล่าวว่าในทุกสงครามมีการทดสอบอาวุธใหม่อยู่เสมอ และเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากทุกการรบ ถ้ามองจากการพัฒนาอาวุธ สมรภูมิจริงเป็นโอกาสที่ไม่ได้มาได้ง่ายๆ

            มื่ออาวุธใช้ได้ผลจริงย่อมได้ลูกค้าเพิ่มด้วย

            การใช้จริงในซีเรีย เป็นเหมือนหนังโฆษณาอาวุธที่คนทั่วโลกได้ชม การันตีประสิทธิภาพ หลายประเทศหันกลับมาเชื่อถืออาวุธรัสเซียอีกครั้ง

            ในโลกนี้มีผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ไม่กี่ประเทศ รัสเซียเป็นหนึ่งในนั้น ในสมัยสงครามเย็นเป็นการเปรียบเทียบอาวุธของสหรัฐฯ กับโซเวียต บัดนี้ MADE IN RUSSIA กลับมาเป็นหนึ่งในวงการอีกครั้ง

 

บอดี้การ์ดระดับโลก :

            ในบริบทโลกปัจจุบัน แม้มีสหประชาชาติ แต่ในหลายกรณี สหประชาชาติช่วยไม่ได้ อีกทั้งการพึ่งพาองค์กรนี้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องแน่นอน รัฐอธิปไตยทุกประเทศจึงต้องหาทางปกป้องตัวเอง

            บางประเทศรู้ว่ากองทัพตัวเองอ่อนด้อย แต่เนื่องจากร่ำรวยจึงใช้เงินจ้างกองทัพต่างชาติ วิธีการเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ นับจากอดีตกาลเป็นต้นมาการใช้ทาสต่างด้าวทำสงครามมีเสมอ การจ้างทหารต่างเผ่าเป็นเรื่องปกติ แม้กระทั่งใช้ทหารรับจ้างต่างชาติจากอีกซีกโลกมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว

            การจ้างกองทัพต่างชาติบนความร่วมมือระหว่างรัฐเป็นช่องทางที่ยังใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้

            บอดี้การ์ดรัสเซีย อาจไม่ใช่ทางเลือกเดียวที่ควรใช้ แต่เป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรคิดถึง

14 ธันวาคม 2017

ชาญชัย คุ้มปัญญา

-----------------------------

ประชาสัมพันธ์ :

กิฟวิ่งฟอร์เวิร์ด ซื้อกินซื้อใช้ตามปกติ สินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

มีรายได้เป็น Passive Income ค่อยๆ เข้ามาทีละนิดทีละหน่อย แม้ยังไม่เป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นรายได้เสริมแน่นอน

บทความที่เกี่ยวข้อง : 

สงครามกลางเมืองซีเรีย เกมสงครามของมหาอำนาจ

ความขัดแย้งซีเรียได้ดำเนินต่อเนื่องกว่า 5 ปีครึ่งแล้ว สถานการณ์ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลง เริ่มจากการชุมนุมประท้วงรัฐบาลอย่างสงบ ตามด้วยต่างชาติเข้าแทรก การปรากฏตัวของผู้ก่อการร้าย กองกำลังมุสลิมต่างชาติกว่าร้อยประเทศ การเผชิญหน้าระหว่าง 2 ขั้ว 2 มหาอำนาจชัดเจนมากขึ้น บัดนี้ความเป็นไปของสมรภูมิกับอนาคตซีเรียจึงขึ้นกับการตัดสินใจบนผลประโยชน์ของ 2 ฝ่าย 2 มหาอำนาจ เป็นความขัดแย้งที่จะยืดเยื้อยาวนาน เป็นเรื่องที่ควรตระหนัก

 

รัสเซียทำสงครามปราบ IS ในซีเรียเพื่อใคร (2)

เป็นเรื่องแปลกที่รัสเซียกับฝ่ายสหรัฐฯ (รวมชาติตะวันตกกับรัฐอาหรับ) ต่างมีนโยบายปราบปรามผู้ก่อการร้าย IS/ISIL/ISIS แต่ต่างฝ่ายต่างทำ ฝ่ายสหรัฐฯ กล่าวหาว่ารัสเซียไม่ได้มุ่งทำลาย IS แต่มุ่งเป้าที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอัสซาดมากกว่า ในขณะที่รัสเซียปฏิเสธ อีกทั้งมีประเด็นที่นักวิชาการหลายคนชี้ว่านโยบายปราบ IS ของฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ได้ผล ถ้ามองในกรอบแคบความแตกต่างนี้มาจากการสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนรัฐบาลอัสซาด ถ้ามองในกรอบกว้างคือการเผชิญหน้าระหว่าง 2 มหาอำนาจ

 

บรรณานุกรม :

  1. ‘Allah took their sanity’: Putin accuses Turkish leadership of ‘aiding terror’. (2015, December 3). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/324537-putin-annual-address-terrorism/
  2. Islamic State 'has 50,000 fighters in Syria'. (2014, August 19). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2014/08/islamic-state-50000-fighters-syria-2014819184258421392.html
  3. On visit to Syria, Putin lauds victory over ISIS and announces withdrawals. (2017, December 11). The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/world/putin-makes-first-visit-to-syria-lauds-victory-over-isis-and-announces-withdrawals/2017/12/11/f75389de-de61-11e7-8679-a9728984779c_story.html?utm_term=.1d6d3a79d403
  4. Putin Says Russian Engagement in Syria 'Temporary'. (2015, September 30). Sputnik News. Retrieved from http://sputniknews.com/middleeast/20150930/1027782653/putin-syria-operation.html
  5. Syria’s government troops control nearly 98% of territory — Putin. (2017, November 21). TASS. Retrieved from http://tass.com/defense/976649
  6. US says ISIL foreign fighter ranks drop to 25,000. (2016, February 24). Today’s Zaman. Retrieved from http://www.todayszaman.com/latest-news_us-says-isil-foreign-fighter-ranks-drop-to-25000_413136.html

-----------------------------

11 มีนาคม 2018

ผู้ชม 2015 ครั้ง

เชิญมาร่วมธุรกิจเครือข่ายกับคุณก้อง อรรฆรัตน์ นิติพล ผู้ผลิตรายการอายุน้อยร้อยล้าน

INDEEM (อินดีม) เครือข่ายผู้บริโภค สินค้าคุณภาพ ใช้ดีแล้วบอกต่อ เพิ่มโอกาสเพิ่มรายได้ เครือข่ายที่ให้ความสำคัญ

ล้มโต๊ะเจรจา จริงหรือที่ทรัมป์กับเกาหลีเหนือต้องการสันติภาพ

การล้มเจรจาทำให้สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่และอนาคตของประชาชนจำนวนหลายร้อยล้านค

ปูตินประกาศร่วมมือจีน เตรียมเลิกซื้อน้ำมันด้วยดอลลาร์

ประธานาธิบดีปูตินตั้งเป้าว่าภายใน 6 ปีข้างหน้าจะร่วมมือกับจีนยุติการซื้อขายน้ำมันดิบด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

ทรัมป์เตรียมโจมตีซีเรียอีกรอบ แต่เพื่อเป้าหมายที่ไกลกว่า

บัดนี้ ISIS ไม่เป็นภัยอีกแล้ว การที่อิสราเอลหรือฝ่ายสหรัฐฯ โจมตีกองทัพอัสซาดไม่มีผลต่อการรบทางภาคพื้นดินมากนัก

เนธันยาฮูผู้นำอิสราเอลประกาศพร้อมปะทะอิหร่าน

นายกฯ เนธันยาฮูชี้ว่าประเทศกำลังถูกคุกคามจากกองกำลังอิหร่านในซีเรีย เป็นภัยร้ายแรงจำต้องป้องกันตัวเอง ด้วยการล

Engine by shopup.com