ดูบทความกวม (Guam) เกาะกวม ในอดีตและวันนี้

กวม (Guam) เกาะกวม ในอดีตและวันนี้

หมวดหมู่: เอเชีย

กวม (Guam) หรือเกาะกวมเป็นชื่อที่คุ้นหูพอสมควร หลายคนอาจได้ยินชื่อผ่านข่าวต่างประเทศ พูดถึงฐานทัพสหรัฐฯ บนเกาะแห่งนี้ ในอีกแง่หนึ่งกวมเป็นเมืองที่เจริญ เป็นศูนย์เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แต่ละปีมีคนไปเที่ยวหลายล้านคน

            ปัจจุบัน เกาะกวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มจากการเป็นอาณานิคมหลังชนะสงคราม Spanish-American War (1898) และผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในเวลาต่อมา

 ภูมิศาสตร์ ประชากร :

            กวมเป็นเกาะตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ในเขตที่เรียกว่า Micronesia ตำแหน่งแผนที่จะอยู่ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์หรือตอนใต้ของกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแถบนั้นที่เรียกว่าหมู่เกาะมาเรียนา (Mariana Islands) ห่างจากซานฟรานซิสโกถึง 9,300 กิโลเมตร (5,800 ไมล์) เมืองหลวงชื่อ Hagatna (Agana)

            "Micronesia" หมายถึง “เกาะเล็กๆ จำนวนมาก” มีกว่า 2,000 เกาะ ที่ทอดยาวกว่า 2,000 ไมล์ในมหาสมุทรแปซิฟิก รวมแล้วมีพื้นที่ราว 2,350 ตร.กม. (กรุงเทพฯ มีขนาดพื้นที่ 1,568 ตร.กม.) ประชากรทั้งสิ้นรวม 400,383 คน

            หมู่เกาะมาเรียนา (Mariana Islands) เป็นส่วนหนึ่งของ Micronesia

            กวมมีที่ตั้งเหมาะสำหรับทำเป็นท่าเรือ มีน้ำจืดใช้อย่างเพียงพอ (เป็นเหตุให้เกาะนี้เหมาะสำหรับการตั้งฐานทัพตั้งแต่ครั้งสมัยอดีต ต่างจากหลายเกาะของ Mariana Islands ที่น้ำจืดไม่พอสำหรับคนจำนวนมาก)

            คนท้องถิ่นปัจจุบันเป็นพลเมืองอเมริกัน ใช้ภาษาอังกฤษกับภาษา Chamorro เป็นภาษาหลัก ภาษาญี่ปุ่นก็สะดวกเพราะสถานที่ท่องเที่ยวจะมีภาษาญี่ปุ่นกำกับ ในระยะหลังคนเกาหลี ฟิลิปปินส์และอีกประเทศได้อพยพย้ายถิ่นมาอยู่ที่นี่ กวมเป็นพหุสังคมมากขึ้นทุกที

            กวมไม่ถือเป็นรัฐ (state) เหมือนรัฐอื่นๆ ของสหรัฐฯ เป็นเขตปกครองตนเอง ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลาง กองทัพเรือ

ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม :

            กวมมีประวัติศาสตร์กว่า 4,000 ปี หลักฐานโบราณคดีค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย เชื่อว่าเป็นสถานที่แรกที่มนุษย์โบราณเดินเรือมาที่นี่ เป็นคนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกคนพื้นเมืองว่าชาวชามอร์โร (Chamorro)

            คนพื้นเมืองสืบเชื้อสาย Malayo-Indonesian จึงมีหน้าตาคล้ายคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ไม่ใช่คนผิวขาวตะวันตกหรือญี่ปุ่น) มีหลักฐานเป็นสังคมเมืองตั้งแต่ ค.ศ.800

            คนพื้นเมืองชามอร์โรเชื่อเรื่องวิญญาณบรรพบุรุษ เชื่อว่าวิญญาณเหล่านี้ยังอยู่เพื่อปกป้องคุ้มครองลูกหลาน ความเชื่อนี้เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย เช่นมีเรื่องศาสนาคริสต์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

            ตำราประวัติศาสตร์มักเอ่ยถึงเกาะนี้ในยุคอาณานิคม

            ในสมัยล่าอาณานิคม ชาวสเปนเป็นพวกตะวันตกกลุ่มแรกที่ค้นพบ ค.ศ. 1556 สเปนประกาศว่ากวมเป็นอาณานิคมของตน (ชื่อ Mariana Islands ตั้งตามนามพระราชินี Maria Ana ของสเปน) ทุกวันนี้ยังคงมีร่องรอยอายธรรมเหล่านี้เหลืออยู่ ชนพื้นเมืองบางคนมีเชื้อสายสเปนผสม

           ต่อมากลายเป็นอาณานิคมของอเมริกาเมื่อ ค.ศ.1898 หลังสเปนแพ้สงคราม Spanish-American War (1898) ครั้งนั้นสเปนมอบฟิลิปปินส์ เปอร์โตริโก (Puerto Rico) และเกาะกวมแก่สหรัฐฯ

            นับจากนั้นเป็นต้นมาสหรัฐฯ ใช้เกาะกวมเป็นฐานเติมเชื้อเพลิงของเรือรบที่ผ่านไปมา อำนาจบริการจัดการเกาะส่วนหนึ่งอยู่ในมือของกองทัพเรือ

            ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นเข้ายึดเกาะกวม เมื่อสหรัฐฯ เป็นฝ่ายได้เปรียบจึงเริ่มยึดคืนเกาะต่างๆ ของ Mariana Islands รวมทั้งเกาะกวม เพื่อเป็นฐานสำหรับการรุกคืบตีญี่ปุ่นต่อไป กวมจึงเคยเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นด้วย

 

            ปี 1945 สหรัฐฯ เริ่มก่อตั้งฐานทัพอากาศแอนเดอร์สัน (Anderson Air Force Base) บนเกาะนี้ เคยเป็นฐานประจำการเครื่องบินรบหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกล เช่น B-29, B-36, B-47, B-52

            เมื่อเข้าสู่สงครามเวียดนาม เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 บินขึ้นจากที่นี่ ฐานทัพดังกล่าวเป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของกองทัพอากาศที่ใช้โจมตีเวียดนามในขณะนั้น ฐานทัพอเมริกาขยายใหญ่โตขึ้นมาก พลอยมีผลต่อเกาะกวมด้วย

            อีกฐานทัพที่สำคัญคือฐานทัพเรือ ที่ค่อยๆ พัฒนาตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 19 จนปัจจุบันกลายเป็นศูนย์บัญชาการกองทัพเรือ “U.S. Naval Forces Marianas” มีเรือรบเข้าออกเป็นประจำ เป็นที่แวะพัก เติมเสบียง เป็นศูนย์ฝึกอบรมขนาดใหญ่

            เมื่อทหารมากขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกก็เพิ่มตาม มีโรงแรมที่ตั้งขึ้นเพื่อครอบครัวทหารที่มาแวะเยี่ยม พร้อมด้วยบริการทุกอย่างในราคาย่อมเยา การมีอยู่ของฐานทัพเรือกับฐานทัพอากาศเป็นเหตุผลเบื้องต้นเกื้อหนุนเศรษฐกิจ และเป็นเหตุให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย ตามมาด้วยธุรกิจ ศูนย์กลางการค้าเหมือนเมืองต่างๆ ที่พัฒนาแล้ว

 

กวมกับข่าวความมั่นคงระหว่างประเทศ :

            ในระยะนี้ (กรกฎาคม-สิงหาคม 2017) ที่มีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ ฐานทัพอากาศแอนเดอร์สันเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ด้วย เช่น เครื่องบินรบ B-1B 2 ลำบินขึ้นจากฐานทัพอากาศแห่งนี้ เข้าร่วมกันเครื่องบินรบของเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น เพื่อแสดงแสนยานุภาพและความเป็นพันธมิตรต่อกัน ตอบโต้การทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปของเกาหลีเหนือ

            นายพล Terrence J. O'Shaughnessy ผู้บัญชาการ Pacific Air Forces กล่าวว่าเรื่องการทูตก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องนำหน้าไปก่อน ในขณะเดียวกันสหรัฐฯ มีความรับผิดชอบต่อพันธมิตรและประเทศตัวเอง ต้องเตรียมพร้อมสำหรับฉากทัศน์ที่แย่ที่สุด พร้อมตอบโต้อย่างรวดเร็วรุนแรงทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ

            การประกาศว่าจะโจมตีเกาะกวมด้วยขีปนาวุธ ทำให้พลเรือนตื่นตัว เตรียมรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่ห่างเหินมานาน

 

กวมในวันนี้ของประชาชน :

            ทุกวันนี้ฐานทัพขนาดใหญ่ยังอยู่ เป็นฐานปฏิบัติการที่สำคัญ แต่เกาะกวมไม่ได้มีแค่ฐานทัพเท่านั้น ความจริงอีกด้านเกาะกวมในวันนี้หมายถึงเมืองทันสมัย ย่านธุรกิจ และสถานที่ท่องเที่ยวนานาชาติ บนเกาะที่ล้อมรอบด้วยหาดทรายงาม เม็ดทรายขาวสะอาด อากาศอบอุ่นเย็นสบายแบบเขตร้อน ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกประเทศด้วยความเป็นกันเอง มีแหล่งประวัติศาสตร์เก่าแก่อายุ 4,000 ปี สถานที่สำคัญจากสมัยเป็นอาณานิคมสเปน ร้านค้าขายสินค้าท้องถิ่น Made in Guam และสินค้า Made in USA จากแผ่นดินแม่

            ผู้มาเยือนจะได้ลิ้มรสอาหารอร่อยของท้องถิ่น ที่อุดมด้วยอาหารทะเลนานาชาติกับผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว เช่น น้ำมะพร้าว กะทิ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันปลูกพืชอื่นๆ อีกหลายชนิด และนำเข้าอาหารสดอาหารแห้งจากทั่วโลก (อาหารส่วนใหญ่มาจากการนำเข้า) มีร้านอาหารระดับ 5 ดาวมากมาย

            แหล่งช็อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี ศูนย์การค้าทันสมัยตามสไตล์อเมริกันหลายแห่ง กลางคืนมีที่เที่ยวสำหรับทุกเพศทุกวัย แต่ละปีนักท่องเที่ยวหลายคนล้านมาที่นี่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ถ้านั่งเครื่องบินจากญี่ปุ่นมาเกาะกวมใช้เวลาบินราว 3 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะตั้งไม่ไกลจากญี่ปุ่น หรือมาจากทางฟิลิปปินส์ก็สะดวกพอกัน

            (ปัจจุบันบริษัททัวร์หลายแห่งจัดโปรแกรมเที่ยวกวม ให้เที่ยวตั้งแต่ชมย่านประวัติศาสตร์ สัมผัสวิถีชีวิตคนพื้นเมือง เที่ยวทะเล ดำน้ำ ดูปะการัง ศูนย์สัตว์น้ำ รับประทานอาหารหลากหลายแบบ ตลอดจนช็อปปิ้งซื้อของปลอดภาษี เที่ยวห้างสรรพสินค้า)

            ดังที่ทราบแล้วว่าตัวเกาะกวมเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะมาเรียนา (Mariana Islands) ใกล้ๆ เกาะกวมจึงมีเกาะน้อยใหญ่อีกหลายเกาะที่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยว สัมผัสธรรมชาติที่เงียบสงบอย่างแท้จริง บางเกาะเป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญ เช่น เกาะไซปัน (Saipan) ที่มีเรื่องราวการต่อสู้อย่างทรหดระหว่างทหารญี่ปุ่นกับทหารอเมริกันในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หน้าผาที่ชาวญี่ปุ่นกระโดดฆ่าตัวตายเพราะไม่ยอมจำนน พื้นที่บางส่วนยังคงความเป็นธรรมชาติดั้งเดิม

           

            เมื่อโลกเข้าสู่ยุคอาณานิคม ตั้งแต่นั้นมากวมหรือเกาะกวมถูกใช้เป็นท่าเรือ จุดแวะพัก และพัฒนากลายเป็นฐานทัพใหญ่ตามบริบทยุคสมัย เคยเป็นแหล่งสมรภูมิสำคัญในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกวันนี้ยังพัวพันกับความมั่นคงระหว่างประเทศเป็นระยะ แต่กวมในวันนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องการทหาร สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว กวมไม่ใช่เกาะกันดารหรือป้อมปราการทางทหาร กวมเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่วางระบบอย่างดี ผู้มาเที่ยวจะสัมผัสประวัติศาสตร์ 4,000 ปี วัฒนธรรมอันหลากหลาย เป็นเอกลักษณ์ จนถึงความทันสมัยของอายธรรมปัจจุบัน ที่นี่มีผู้คนมากหน้าหลายตา หลายเชื้อชาติ สัมผัสได้ถึงพหุวัฒนธรรมอย่างชัดเจน

14 สิงหาคม 2017

ชาญชัย คุ้มปัญญา

---------------------------

 

บรรณานุกรม:

  1. 2017 Guam Visitors Bureau. (2017). Welcome to Guam. Retrieved from http://www.visitguam.com/
  2. Archer, Bob. (2000). US Air Force: The New Century. England: Midland Publishing.
  3. Axelrod, Alan. (2007). Mariana Islands campaign. In Encyclopedia of World War II. (pp. 545-547). New York: Facts On File, Inc.
  4. Guam. (2011). Britannica. Retrieved from https://www.britannica.com/place/Guam
  5. Reckless game over the Korean Peninsula runs risk of real war. (2017, August 10). Global Times. Retrieved from http://www.globaltimes.cn/content/1060791.shtml
  6. Simpson, Charles G. (2008). Strategic Air Command. In The Encyclopedia of the Cold War: A Student Encyclopedia. (pp.1938-1939). USA: ABC-CLIO.
  7. U.S. bombers conduct bilateral mission with allies in response to North Korea ICBM launch. (2017, July 29). Pacific Air Forces Public Affairs. Retrieved from http://www.andersen.af.mil/News/Article/1261996/us-bombers-conduct-bilateral-mission-with-allies-in-response-to-north-korea-icb/
  8. U.S. Naval Forces, Marianas. (2011). Global Security. Retrieved from http://www.andersen.af.mil/News/Article/1261996/us-bombers-conduct-bilateral-mission-with-allies-in-response-to-north-korea-icb
  9. Vislocky, Timothy E. (2011). Spanish-American War (1898). In Encyclopedia of American History (Revised edition, pp. 340-342). New York: Infobase Publishing.

-----------------------------

30 กันยายน 2561

ผู้ชม 2986 ครั้ง

Engine by shopup.com